Open post

ร้านรับซื้อเพชรให้ราคาสูง

การตีราคาเพชรไม่ได้ดูแค่ “ขนาด” อย่างเดียว แต่ร้านใช้หลักมาตรฐานสากลคือ 4C 1. Carat (กะรัต = น้ำหนัก) 2. Color (สีของเพชร) 3. 3. Clarity (ความสะอาด) 4. Cut (การเจียระไน) ปัจจัยเสริมที่มีผลต่อราคา คือใบเซอร์จากสถาบัน เช่น GIA , HRD , IGI  และเพชรธรรมชาติ (Natural Diamond) เป็นอัญมณีที่มีมูลค่า และเพชรแบบไหนสามารถนำมาขายได้ ยกตัวเอย่าง เช่น เพชรเก่า เพชรมือสอง แหวนเพชร สร้อยเพชร  เลสข้อมือเพชร ต่างหูเพชร จี้เพชร กำไลเพชร เพชรเม็ดเดี่ยว เพชรหลุดจากตัวเรือน เพชรไม่มีใบเซอร์ เครื่องประดับเพชรเก่า หรือเครื่องประดับเพชรที่ชำรุด เครื่องประดับเพชรพลอย ฯลฯ และถ้าต้องการหาร้านรับซื้อเพชรให้ราคาสูง หรือขายเพชรที่ไหนดี ควรเลือกร้านที่รับซื้อเพชรโดยตรง คือร้านนี้เลยค่ะ เพราะร้านเรามีเครื่องมือที่ทันสมัยและราคาเพชรทางร้านจะประเมินตามคุณภาพเพชรแต่ละเม็ดคือ4C และถ้าเครื่องประดับเพชรที่มีตัวเรือน เช่น ทอง เงิน แพลตตินั่ม พาลาเดียม ทางร้านก็ประเมินราคาตัวเรือนให้ด้วยค่ะ

 

Open post

เพชรมีกี่ทรง

 

เพชรมีหลาย “ทรง” หรือที่เรียกว่า Diamond Shapes ซึ่งเป็นรูปแบบการเจียระไน (cutting style) ที่ส่งผลต่อประกายและความสวยงามค่ะ โดยหลัก ๆ แบ่งได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่

1. เพชรทรงกลม (Round Brilliant Cut) เป็นทรงที่นิยมมากที่สุด สัดส่วนมาตรฐาน 57–58 เหลี่ยม เปล่งประกายสูงสุดเพราะการกระจายแสงดีที่สุด

2. เพชรแฟนซี (Fancy Shapes)

– เพชรทรงไข่ (Oval Cut) รูปไข่ ยาวเรียว ทำให้ดูนิ้วเรียวยาว รูปทรงที่คล้ายเพชรกลม แต่มีหน้ากว้างกว่า ทำให้ดูมีขนาดใหญ่กว่า

– เพชรทรงมาร์คีส์ (Marquise Cut) รูปเมล็ดข้าว/เรือยาว มีปลายแหลมสองด้าน

– เพชรทรงหัวใจ (Heart Cut) รูปหัวใจ สื่อความหมายโรแมนติก รูปทรงที่สื่อถึงความรัก สัญลักษณ์แห่งความโรแมนติก

– เพชรทรงหยดน้ำ (Pear Cut) น้ำตาหรือหยดน้ำ ด้านหนึ่งกลมอีกด้านแหลม รูปทรงที่รวมความเรียวยาวของเพชรทรงมาร์คีส์ และความโค้งมนของเพชรทรงกลม

– เพชรสี่เหลี่ยม (Princess Cut) ทรงสี่เหลี่ยมมุมแหลม เปล่งประกายดี รูปทรงที่ได้รับความนิยมและเป็นที่รู้จักกันดี

– เพชรทรงมรกต (Emerald Cut) สี่เหลี่ยมผืนผ้าแบบขั้นบันได (Step Cut) เน้นความใสของเพชร

– เพชรทรงคุชชั่น (Cushion Cut) สี่เหลี่ยมมุมโค้ง นุ่มนวล วินเทจ รูปทรงสี่เหลี่ยมขอบมน คล้ายหมอน

– เพชรทรงเรเดียน (Radiant Cut) สี่เหลี่ยมหรือสี่เหลี่ยมผืนผ้า ขอบมุมตัด และมีเหลี่ยมแบบ Brilliant  ทำให้มีประกายไฟสวยงาม

– เพชรทรงบาแกตต์ (Baguette Cut) สี่เหลี่ยมผืนผ้าเรียบง่าย ใช้ประกอบประดับข้างเพชรหลัก ที่มีการเจียระไนแบบขั้นบันได

– เพชรทรงทรินิตี้ (Trillion Cut) รูปทรงสามเหลี่ยม มุมแหลมสามด้าน

– เพชรทรงแอชเชอร์ (Asscher Cut) คล้าย Emerald แต่เป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัส ที่มีการเจียระไนแบบขั้นบันได

ราคารับซื้อเพชร ทรงกลม (Round Brilliant Cut) กับ เพชรแฟนซี (Fancy Shapes) จะไม่เท่ากัน แม้จะมีคุณภาพ (4Cs) ใกล้เคียงกัน เพราะตลาดมีความต้องการต่างกันค่ะ เพชรกลม ราคาเพชรร่วง (ขายต่อ) 70–75% ของราคาตลาดค้าส่ง (Rapaport) , เพชรแฟนซี ราคาเพชรร่วง (ขายต่อ) 60–68% ของราคาตลาดค้าส่ง

 

Tel: 099-416-1799

Line Id: @rolex99

 

Open post

เพชรเบลเยี่ยม และ เพชรสวิส คืออะไร

 

เพชรเบลเยี่ยม คือเพชรที่มีเหลี่ยมสวย คุณภาพดี เพชรเบลเยี่ยมมีชื่อเรียกตามเหลี่ยมเจียะไนที่เบลเยี่ยม ซึ่งถือเป็นศูนย์กลางการเจียระไนเพชรที่สวยงาม  และเพชรสวิส ที่เรียกสั้น ๆ ว่า CZ คือเพชรสังเคราะห์ที่มนุษย์สร้างสรรค์ขึ้นมาเพื่อเลียนแบบเพชรแท้ (เพชรสวิสคือเพชรปลอม) ปัจจุบันนี้มีเพชรเลียนแบบเพชรจริงออกมาค่อนข้างเยอะ ร้านรับซื้อเพชรมือสองหรือโรงจำนำมักนิยมใช้เครื่องมือตรวจเพชรเพื่อที่จะแยกเพชรแท้เพชรปลอมให้ทันยุคสมัย

 

 

 

 

Open post

การฝังเพชรพลอย

 

เครื่องประดับที่ใช้เพชรหรือพลอยฝังไม่เหมาะกับการใช้ทองที่มีเปอร์เซ็นต์สูงเช่นทองร้อย หรือทอง99.99% เพราะทองเปอร์เซ็นต์สูงจะทำให้เครื่องประดับที่ขึ้นรูปมีความอ่อนมาก จะทำให้เพชรพลอยหลุดออกจากตัวเรือนได้ง่าย ทอง 100 หรือทอง 99.99% ส่วนใหญ่นิยมทำเป็นทองรูปพรรณหรือทองแท่งมากกว่า ดังนั้นร้านเพชรพลอยจิวเวลรี่จะใช้ทอง 75% (18k) หรือทองเปอร์เซ็นต์ต่ำกว่าทองสิบแปดเคลงมาเพื่อใช้ขึ้นตัวเรือนเครื่องประดับเพื่อฝังเพชรพลอยซะส่วนใหญ่ เพราะทอง 75 เปอร์เซ็นต์ลงมาถึงทองเปอร์เซ็นต์น้อยจะมีความแข็งแรงและคงทนมากสามารถยึดเกาะเพชรพลอยอัญมณีได้มากที่สุด ดังนั้นร้านรับซื้อทองเคที่ลูกค้านำเครื่องประดับมาขายยังร้าน เจ้าหน้าที่ผู้เชียวชาญจะคำนวนราคาเครื่องประดับโดยดูจากเปอร์เซ็นต์ทองเป็นหลักคะ ตัวอย่างสร้อยคอเพชรและแหวนเพชรพลอยนี้ ใช้ทอง18k หรือมีเนื้อทองผสมอยู่ 75% ซึ่งทองนี้สามารถฝังเพชรและพลอยได้คงทนมากยากต่อการหลุดล่วงได้คะ

 

 

 

 

 

Open post

เพชร 1 กะรัต

เพชร 1 กะรัต

 

 

แหวนเพชรหนัก 1 กะรัตจะมีราคาเท่าไร คงจะเป็นคำถามในใจของผู้ที่ต้องการรับซื้อ เพื่อการเก็งกำไร เช่นเดียวกับอีกหลายคนที่กำลังมองหาเพชรเม็ดโต ๆ สักเม็ดเพื่อที่จะเอาไว้ประดับบารมี หลายคนที่มีรสนิยมเรื่องความสวย ความงาม และความแวววาวของเครื่องประดับที่เรียกกันว่าเพชร คงเคยได้ไปดู และเลือกชมเพชรที่ร้านค้าเพชรกันมาบ้างแล้ว แต่ท่านทราบไหมว่าร้านค้าเพชรเหล่านั้นเขารับซื้อหรือได้มาจากไหน การสอบถามผู้ขายว่าแหวนเพชร 1 กะรัตราเท่าไร คือความจริงที่คุณต้องถามผู้ขาย เพื่อที่จะตัดสินใจในการรับซื้อ แต่มันมีเงือนไข และขอบเขตที่กว้างกว่านั้น ในเรื่องราคาเพราะอาจอยู่ที่หลักหมื่น ถึงหลักแสน หรือหลายแสนไม่เหมือนราคาทองคำที่มีการกำหนดไว้อย่างแน่นอนในแต่ละวันซึ่งอาจมีการขึ้น ลง ทั้งนี้ผู้รับซื้อ และผู้ขายจะต้องรู้ได้ด้วยการประกาศของทางร้านขายทองไว้ที่หน้าร้านแต่ละแห่ง แต่สำหรับเพชรไม่เป็นเช่นนั้น เพราะราคาเพชรจะไม่มีการประกาศราคาเหมือนราคาทองคำ สำหรับผู้ที่ไม่ได้ซื้อเพชรเป็นประจำก็จะไม่เข้าใจ เพราะร้านเพชรแต่ละร้านจะตั้งราคาเพชรที่มีน้ำหนัก 1 กะรัตไม่เหมือนกัน หรือต่างกันมากน้อยกันไป การหาคำตอบต้องดูที่เพชรรูปทรงกลมเป็นหลัก ซึ่งเป็นเพชรที่ได้รับความนิยมมากที่สุด สำหรับการวัดน้ำหนักเพชร จะมีกฎอยู่เพียง 2 ข้อ
1. น้ำหนักเพชรต้องวัดกันด้วยหน่วย ที่เรียกว่ากะรัต ตัวอย่าง สมมุติว่าเพชร 0.5 กะรัต ราคากะรัตละ 90,000 บ. ก็หมายความว่าเพชรเม็ดนั้นจะมีราคา 90,000 X 0.5 ซึ่งก็จะเท่ากับ 45,000 บ. นั่นเอง
2. ราคาของเพชร ต่อกะรัตจะมีการเพิ่มขึ้น เมื่อได้เข้าสู่ลำดับขั้นที่สูงขึ้น ซึ่งเปรียบได้กับการซื้อรถซึ่งถ้ายิ่งมีออปชั้นมากราคาก็จะยิ่งสูงขึ้นมากนั่นเอง ซึ่งอาจเป็นราคาที่ซื้อรถได้ถึง 2 คันทีเดียว นั่นก็คือราคาเพชรอาจเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณไปพร้อมกับน้ำหนักกะรัต เนื่องจากจะเป็นราคาน้ำหนักเพชร บวกกับ ราคาต่อกะรัตที่เพิ่มขึ้น
สิ่งที่ต้องพิจารณา ได้แก่ ลำดับขั้น ซึ่งคุณอาจจะเข้าใจผิด หรือคิดว่าราคาเพชรต่อกะรัตจะเพิ่มขึ้นตามน้ำหนักที่เพิ่มขึ้น แต่มันไม่จริงเสมอไป เนื่องจากเพชรเป็นวัตถุที่มีการซื้อขายกับตามอารมณ์ และมักจะอยู่เหนือเหตุผลเสมอ เช่น การรับซื้อเพชรที่มีน้ำหนัก 0.99 กะรัต ซึ่งต้องมีราคามากกว่าเพชรน้ำหนัก 0.98 กะรัตที่มีคุณภาพเหมือนกันอยู่ที่ 1% แต่ถ้าหากเป็นเพชร 1.00 กะรัตจะมีราคาที่มากกว่าเพชร 0.99 กะรัตที่มีคุณภาพเดียวกันถึง 10-15% ทีเดียว
ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น อาจเป็นแค่ความภูมิใจ ที่สามารถบอกคนอื่นได้เต็มปากว่าเพชรของตน คือ เพชรที่มีน้ำหนัก 1 กะรัต แต่ถ้าจะมาวิเคราะห์กันให้ดี ๆ ก็คงหนีไม่พ้นเรื่องของจิตวิทยา และความต้องการนั่นเอง และนี่ก็คือเหตุผลที่ทำให้ตลาดเพชร ที่มีคุณภาพต่ำเข้ามาปะปนอยู่ด้วยอย่างมากในเวลานี้

 

 

Scroll to top