Open post

เพชรเบลเยี่ยม และ เพชรสวิส คืออะไร

 

เพชรเบลเยี่ยม คือเพชรที่มีเหลี่ยมสวย คุณภาพดี เพชรเบลเยี่ยมมีชื่อเรียกตามเหลี่ยมเจียะไนที่เบลเยี่ยม ซึ่งถือเป็นศูนย์กลางการเจียระไนเพชรที่สวยงาม  และเพชรสวิส ที่เรียกสั้น ๆ ว่า CZ คือเพชรสังเคราะห์ที่มนุษย์สร้างสรรค์ขึ้นมาเพื่อเลียนแบบเพชรแท้ (เพชรสวิสคือเพชรปลอม) ปัจจุบันนี้มีเพชรเลียนแบบเพชรจริงออกมาค่อนข้างเยอะ ร้านรับซื้อเพชรมือสองหรือโรงจำนำมักนิยมใช้เครื่องมือตรวจเพชรเพื่อที่จะแยกเพชรแท้เพชรปลอมให้ทันยุคสมัย

 

 

 

 

Open post

การฝังเพชรพลอย

 

เครื่องประดับที่ใช้เพชรหรือพลอยฝังไม่เหมาะกับการใช้ทองที่มีเปอร์เซ็นต์สูงเช่นทองร้อย หรือทอง99.99% เพราะทองเปอร์เซ็นต์สูงจะทำให้เครื่องประดับที่ขึ้นรูปมีความอ่อนมาก จะทำให้เพชรพลอยหลุดออกจากตัวเรือนได้ง่าย ทอง 100 หรือทอง 99.99% ส่วนใหญ่นิยมทำเป็นทองรูปพรรณหรือทองแท่งมากกว่า ดังนั้นร้านเพชรพลอยจิวเวลรี่จะใช้ทอง 75% (18k) หรือทองเปอร์เซ็นต์ต่ำกว่าทองสิบแปดเคลงมาเพื่อใช้ขึ้นตัวเรือนเครื่องประดับเพื่อฝังเพชรพลอยซะส่วนใหญ่ เพราะทอง 75 เปอร์เซ็นต์ลงมาถึงทองเปอร์เซ็นต์น้อยจะมีความแข็งแรงและคงทนมากสามารถยึดเกาะเพชรพลอยอัญมณีได้มากที่สุด ดังนั้นร้านรับซื้อทองเคที่ลูกค้านำเครื่องประดับมาขายยังร้าน เจ้าหน้าที่ผู้เชียวชาญจะคำนวนราคาเครื่องประดับโดยดูจากเปอร์เซ็นต์ทองเป็นหลักคะ ตัวอย่างสร้อยคอเพชรและแหวนเพชรพลอยนี้ ใช้ทอง18k หรือมีเนื้อทองผสมอยู่ 75% ซึ่งทองนี้สามารถฝังเพชรและพลอยได้คงทนมากยากต่อการหลุดล่วงได้คะ

 

 

 

 

 

Open post

แหวนเพชรกะรัต

 

 

เพชรกะรัต ความสวยงามที่คุณคู่ควรที่สุด เพชร เป็นอัญมณีที่มีความสวยงามแวววาวมาก และราคาสูงพอสมควร ยิ่งเพชรกะรัตเพชรเม็ดใหญ่ๆ ขาวๆสะอาดๆ ราคาไม่ต้องพูดถึงเลยคะ สูงกระโดด เห็นราคาเพชรแล้วต้องร้องโฮโหกันเลยที่เดียวคะ และเพชรนั้นก็มีรูปทรงหลายแบบ หลายเหลี่ยม และในรูปภาพคือเพชรเหลี่ยมทรงกลมคะ และเพชรทรงกลมนี้จะเป็นที่นิยมกันมาก ส่วนราคาเพชรจะซื้อจะขายขึ้นอยู่กับ  (4 CS) คือ Carat (น้ำหนักกะรัต), Color (สี), Clarity (ความบริสุทธิ์), Cut (การเจียระไน) ซึ่ง 4 คุณลักษณะนี้ เป็นตัวกำหนดคุณค่าและราคาของเพชรเม็ดนั้นๆในการรับซื้อแหวนเพชรไซน์กะรัตทางร้านรับซื้อเพชรจะตีราคาเพชร ตีราคาตัวเรือนของแหวนในการตีราคาเพชรนั้นก็พิจารณาคุณลักษณะหลัก 4C ประการเช่นกันคะ

 

 

 

Open post

เพชร

เพชร

เพชรนับว่าเป็นอัญมณีที่มีค่า และบางครั้งมีค่าที่ต้องแลกกันด้วยชีวิต หรือราคาที่สูงเกินกว่าจะไขว้คว้า เป็นของที่ล้ำค่าที่ผู้คนทั่วไปไม่มีสิทธิ์ที่จะอาจเอื้อม ดังนั้นการรับซื้อเพชรต้องเป็นเฉพาะบุคคลเท่านั้นที่จะเป็นเจ้าของได้ บางครั้งเพชรยังนำไปผูกติดกับความอาถรรพ์ ที่อยู่เหนือธรรมชาติก็ได้ และเพชรยังถูกนำมาใช้เป็นเครื่องประดับเพื่อแสดงฐานะ และชาติตระกูลได้อีก เมื่อเพชรมีความสำคัญอย่างนี้ จึงมีผู้กำหนดมาตรฐานของเพชรเอาไว้ว่าต้องมีลักษณะอย่างไร ดังนี้
วิธีการเลือกเพชรเพื่อที่จะรับซื้อ หรือเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ อาจเป็นการตัดสินใจครั้งสำคัญในชีวิต เนื่องจากเป็นการรับซื้อของที่มีมูลค่าสูงและยังมีผลทางด้านจิตใจอีกด้วย จึงต้องพิจารณากันอย่างดีและละเอียดถี่ถ้วนสักหน่อย เพื่อจะได้เลือกซื้อเพชรได้ถูกใจ และได้คุณภาพเพชรที่ดีอย่างมั่นใจ ซึ่งเป็นไม่ใช่เกินความสามารถอีกต่อไป

 

ก่อนอื่นต้องรู้ไว้ก่อนว่าเพชรนั้นมีมาตรฐานอยู่ 4 ประการ หรือในวงการเรียกว่า 4Cs ได้แก่
1. กะรัต (Carat Weight)
2. การเจียระไน (Cut)
3. สี (Color)
4. ความสะอาด หรือตำหนิ (Clarity)
การรับซื้อเพชรต้องมีใบเซอร์รับรองเพชร ในการรับซื้อเพชรกันแต่ละครั้งต้องให้มีความแน่ใจว่าได้ของดี เนื่องจากเพชรเป็นของที่มีมูลค่าสูง มีราคามาก จึงต้องการให้เกิดความมั่นใจ โดยต้องระบุรายละเอียดของเพชรแต่ละเม็ดไว้อย่างละเอียด ทั้งในเรื่องของ ขนาด สี ลักษณะหรือตำหนิ และการเจียระไน ซึ่งเรียกว่าใบเซอร์ซึ่งต้องเป็นใบรับรองที่เชื่อถือได้หรือจากสถาบันอัญมณีสากลที่มีชื่อเสียง และเชื่อถือได้ทั้งนี้เพื่อสร้างความมั่นใจว่าผู้ซื้อต้องได้เพชรที่มีคุณค่าสมราคา และมีคุณภาพที่ถูกต้องตามมาตรฐานสากล มิใช่การแอบอ้างรับรองกันเองของร้านค้าเพชร เนื่องจากแต่ละร้านก็มักจะมีมาตรฐานของตัวเองด้วยกันทั้งนั้น สถาบันหลัก ๆ ที่สามารถออกใบรับรองเพชรที่ทั่วโลกให้ความเชื่อมั่นได้แก่ GIA (Gemological Institute of America) ซึ่งเป็นสถาบันการศึกษาทางด้านอัญมณี ฯ ที่เป็นที่ยอมรับของทั่วโลก และเป็นที่นิยมมากที่สุด ซึ่งเชื่อกันว่าเพชรที่ได้ใบรับรอง หรือใบเซอร์จาก GIA ต้องมีมาตรฐานที่ดีที่สุด ซึ่งในทุกวันนี้เพชรของสถาบัน ฯ ต้องได้รับการเลเซอร์รหัสเลขประจำของเพชรไว้ที่ขอบเพชรทุกเม็ด ทาง GIA เป็นสถาบันที่ได้คิดค้นและพัฒนาระบบการประเมินคุณภาพเพชรที่โดดเด่นที่สุด ได้แก่ ระบบการประเมินคุณภาพสีของเพชรที่ใช้ตัวอักษรภาษาอังกฤษกำกับแทนระดับสี เช่นD จะเท่ากับระดับสีของเพชรที่ใส ไม่มีสี หรือที่เราเรียกกับว่าน้ำ 100% ที่ดีที่สุดนั่นเอง ส่วนสถาบันอื่น ๆ ก็มีเช่น HRD Antwerp (Hoge Raad voor Diamant หรือ Diamont High Council, Belgium) ซึ่งตั้งอยู่ที่เมือง Antwerp ประเทศเบลเยี่ยม ซึ่งเป็นเมืองหลักเมืองหนึ่งที่มีการซื้อขายเพชรของโลก

 

 

Open post

เพชร 1 กะรัต

เพชร 1 กะรัต

 

 

แหวนเพชรหนัก 1 กะรัตจะมีราคาเท่าไร คงจะเป็นคำถามในใจของผู้ที่ต้องการรับซื้อ เพื่อการเก็งกำไร เช่นเดียวกับอีกหลายคนที่กำลังมองหาเพชรเม็ดโต ๆ สักเม็ดเพื่อที่จะเอาไว้ประดับบารมี หลายคนที่มีรสนิยมเรื่องความสวย ความงาม และความแวววาวของเครื่องประดับที่เรียกกันว่าเพชร คงเคยได้ไปดู และเลือกชมเพชรที่ร้านค้าเพชรกันมาบ้างแล้ว แต่ท่านทราบไหมว่าร้านค้าเพชรเหล่านั้นเขารับซื้อหรือได้มาจากไหน การสอบถามผู้ขายว่าแหวนเพชร 1 กะรัตราเท่าไร คือความจริงที่คุณต้องถามผู้ขาย เพื่อที่จะตัดสินใจในการรับซื้อ แต่มันมีเงือนไข และขอบเขตที่กว้างกว่านั้น ในเรื่องราคาเพราะอาจอยู่ที่หลักหมื่น ถึงหลักแสน หรือหลายแสนไม่เหมือนราคาทองคำที่มีการกำหนดไว้อย่างแน่นอนในแต่ละวันซึ่งอาจมีการขึ้น ลง ทั้งนี้ผู้รับซื้อ และผู้ขายจะต้องรู้ได้ด้วยการประกาศของทางร้านขายทองไว้ที่หน้าร้านแต่ละแห่ง แต่สำหรับเพชรไม่เป็นเช่นนั้น เพราะราคาเพชรจะไม่มีการประกาศราคาเหมือนราคาทองคำ สำหรับผู้ที่ไม่ได้ซื้อเพชรเป็นประจำก็จะไม่เข้าใจ เพราะร้านเพชรแต่ละร้านจะตั้งราคาเพชรที่มีน้ำหนัก 1 กะรัตไม่เหมือนกัน หรือต่างกันมากน้อยกันไป การหาคำตอบต้องดูที่เพชรรูปทรงกลมเป็นหลัก ซึ่งเป็นเพชรที่ได้รับความนิยมมากที่สุด สำหรับการวัดน้ำหนักเพชร จะมีกฎอยู่เพียง 2 ข้อ
1. น้ำหนักเพชรต้องวัดกันด้วยหน่วย ที่เรียกว่ากะรัต ตัวอย่าง สมมุติว่าเพชร 0.5 กะรัต ราคากะรัตละ 90,000 บ. ก็หมายความว่าเพชรเม็ดนั้นจะมีราคา 90,000 X 0.5 ซึ่งก็จะเท่ากับ 45,000 บ. นั่นเอง
2. ราคาของเพชร ต่อกะรัตจะมีการเพิ่มขึ้น เมื่อได้เข้าสู่ลำดับขั้นที่สูงขึ้น ซึ่งเปรียบได้กับการซื้อรถซึ่งถ้ายิ่งมีออปชั้นมากราคาก็จะยิ่งสูงขึ้นมากนั่นเอง ซึ่งอาจเป็นราคาที่ซื้อรถได้ถึง 2 คันทีเดียว นั่นก็คือราคาเพชรอาจเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณไปพร้อมกับน้ำหนักกะรัต เนื่องจากจะเป็นราคาน้ำหนักเพชร บวกกับ ราคาต่อกะรัตที่เพิ่มขึ้น
สิ่งที่ต้องพิจารณา ได้แก่ ลำดับขั้น ซึ่งคุณอาจจะเข้าใจผิด หรือคิดว่าราคาเพชรต่อกะรัตจะเพิ่มขึ้นตามน้ำหนักที่เพิ่มขึ้น แต่มันไม่จริงเสมอไป เนื่องจากเพชรเป็นวัตถุที่มีการซื้อขายกับตามอารมณ์ และมักจะอยู่เหนือเหตุผลเสมอ เช่น การรับซื้อเพชรที่มีน้ำหนัก 0.99 กะรัต ซึ่งต้องมีราคามากกว่าเพชรน้ำหนัก 0.98 กะรัตที่มีคุณภาพเหมือนกันอยู่ที่ 1% แต่ถ้าหากเป็นเพชร 1.00 กะรัตจะมีราคาที่มากกว่าเพชร 0.99 กะรัตที่มีคุณภาพเดียวกันถึง 10-15% ทีเดียว
ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น อาจเป็นแค่ความภูมิใจ ที่สามารถบอกคนอื่นได้เต็มปากว่าเพชรของตน คือ เพชรที่มีน้ำหนัก 1 กะรัต แต่ถ้าจะมาวิเคราะห์กันให้ดี ๆ ก็คงหนีไม่พ้นเรื่องของจิตวิทยา และความต้องการนั่นเอง และนี่ก็คือเหตุผลที่ทำให้ตลาดเพชร ที่มีคุณภาพต่ำเข้ามาปะปนอยู่ด้วยอย่างมากในเวลานี้

 

 

Scroll to top